arrow_back ข่าวและบทความทั้งหมด
#toxic 19 ส.ค. 2569

เมื่อ "กะ" กลายเป็นสงคราม สัญญาณ Toxic ที่พนักงานโรงงานเจอทุกวัน

เมื่อ "กะ" กลายเป็นสงคราม  สัญญาณ Toxic ที่พนักงานโรงงานเจอทุกวัน

เมื่อ "กะ" กลายเป็นสงคราม

สัญญาณ Toxic ที่พนักงานโรงงานเจอทุกวัน และวิธีแก้ไข

บทนำ

ไม่ใช่ทุก toxic workplace จะเป็นเรื่องดราม่าใหญ่โต บางทีมันคือความเหนื่อยสะสมเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครถามไถ่ โดยเฉพาะในโรงงานที่ทำงานเป็นกะ ความกดดันสะสมทีละนิดจนกลายเป็นบรรยากาศที่พนักงานรู้สึกไม่ปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ บทความนี้ชวนสำรวจสัญญาณ toxic ที่พนักงานโรงงานเจอบ่อยที่สุด พร้อมแนวทางแก้ไขที่ HR และผู้บริหารโรงงานนำไปปรับใช้ได้จริง

สัญญาณ Toxic ที่พนักงานโรงงานเจอทุกวัน

1. OT ที่ไม่ใช่ทางเลือก

พนักงานหลายคนรู้สึกว่า "ไม่กล้าปฏิเสธ" การทำงานล่วงเวลา เพราะกลัวถูกมองว่าไม่ทุ่มเท ทั้งที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 24 การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราว ๆ ไป นายจ้างไม่มีสิทธิ์บังคับให้ทำ OT โดยพลการ

2. หัวหน้ากะที่ใช้ความกลัวนำ

การดุด่าต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน หรือการลงโทษความผิดพลาดเล็ก ๆ ด้วยอารมณ์ ทำให้พนักงานไม่กล้ารายงานปัญหาจริง เช่น เครื่องจักรที่มีความเสี่ยงอันตราย เพราะกลัวโดนต่อว่า ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงานที่ร้ายแรงกว่าที่หลายคนคิด

3. ไม่มี "เวลาพักที่แท้จริง"

แม้กฎหมายกำหนดให้มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงหลังทำงานติดต่อกันไม่เกิน 5 ชั่วโมง แต่บรรยากาศกดดันในหลายโรงงานทำให้ไม่มีใครกล้าพักเต็มเวลาตามสิทธิที่ควรได้รับ

4. ความเหนื่อยที่ถูกมองข้าม

งานกะดึกที่ทำต่อเนื่องส่งผลกระทบทั้งร่างกายและความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่หลายโรงงานยังไม่มีช่องทางให้พนักงานสะท้อนความรู้สึกหรือความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่

วิธีแก้ไข

แก้ปัญหา OT ที่ไม่ใช่ทางเลือกจริง

องค์กรควรจัดทำแบบฟอร์มขอความยินยอมทำ OT ที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เปิดช่องทางให้พนักงานปฏิเสธได้โดยไม่ส่งผลต่อการประเมินผลงานหรือโอกาสความก้าวหน้า และให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลสุ่มตรวจสอบอัตราการทำ OT ของแต่ละกะเป็นระยะ เพื่อดูว่ามีการบังคับทางอ้อมผ่านหัวหน้างานหรือไม่

แก้ปัญหาหัวหน้ากะที่ใช้ความกลัวนำ

จัดอบรมภาวะผู้นำให้หัวหน้ากะเน้นการให้ฟีดแบ็กเชิงสร้างสรรค์แทนการตำหนิต่อหน้าคนอื่น กำหนดให้การประเมินหัวหน้างานรวมตัวชี้วัดด้านการบริหารคน ไม่ใช่แค่ผลผลิต และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีช่องทางรายงานความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น ระบบแจ้งเหตุ near-miss แบบไม่ระบุตัวตน เพื่อให้พนักงานกล้ารายงานเครื่องจักรหรือสภาพการทำงานที่อันตรายโดยไม่ต้องกลัวถูกต่อว่า

แก้ปัญหาการไม่มีเวลาพักที่แท้จริง

ผู้บริหารและหัวหน้ากะควรเป็นตัวอย่างในการพักตามเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด จัดระบบหมุนเวียนพนักงานคุมเครื่องหรือคุมงานในช่วงพัก เพื่อให้ทุกคนได้พักจริงโดยไม่กระทบสายการผลิต และสื่อสารนโยบายเวลาพักให้ชัดเจนว่าเป็นสิทธิที่พนักงานควรใช้ ไม่ใช่ทางเลือกที่ต้องแลกกับภาพลักษณ์การทำงาน

แก้ปัญหาความเหนื่อยที่ถูกมองข้าม

จัดให้มีช่องทางรับฟังพนักงานกะดึกโดยเฉพาะ เช่น แบบสำรวจความเหนื่อยล้าเป็นระยะ หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (Employee Assistance Program) ที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นความลับ ทบทวนรูปแบบการหมุนเวียนกะ (shift rotation) ให้สอดคล้องกับหลักสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงการสลับกะดึกถี่เกินไป และเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีภาระครอบครัวสามารถขอปรับตารางกะได้ตามความเหมาะสม

นอกจากมาตรการภายในองค์กรแล้ว พนักงานที่พบการละเมิดสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เช่น การบังคับทำ OT หรือการไม่ได้รับเวลาพักตามสิทธิ ยังสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทร. 1546 ได้โดยตรง

บทสรุป

สัญญาณ toxic ในโรงงานมักไม่ได้มาในรูปแบบเหตุการณ์ใหญ่โต แต่สะสมจากความเคยชินเล็ก ๆ ที่ถูกปล่อยผ่านทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น OT ที่ไม่กล้าปฏิเสธ หัวหน้ากะที่ใช้ความกลัวนำ เวลาพักที่ไม่ได้พักจริง หรือความเหนื่อยล้าที่ไม่มีใครรับฟัง การแก้ไขจึงต้องเริ่มจากการยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้มีอยู่จริง และลงมือปรับทั้งเชิงนโยบาย เชิงภาวะผู้นำ และเชิงช่องทางการสื่อสารไปพร้อมกัน เพื่อให้โรงงานเป็นสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยทั้งร่างกายและใจสำหรับพนักงานทุกกะอย่างแท้จริง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ