ศิลปะการรับมือ เมื่อเพื่อนร่วมงาน "ผลักงานในหน้าที่เขา" มาให้เราทำ
เคยเจอไหมครับ? งานที่เป็นหน้าที่ของคนอื่นแท้ๆ แต่กลับถูกส่งมาที่โต๊ะเราด้วยคำพูดเนียนๆ อย่าง "ช่วยหน่อยนะ เธอทำเร็วกว่า" หรือ "ฝากหน่อย พอดีพี่ไม่ค่อยถนัด"
อัปเดตล่าสุดจากโลกของงาน HR
เคยเจอไหมครับ? งานที่เป็นหน้าที่ของคนอื่นแท้ๆ แต่กลับถูกส่งมาที่โต๊ะเราด้วยคำพูดเนียนๆ อย่าง "ช่วยหน่อยนะ เธอทำเร็วกว่า" หรือ "ฝากหน่อย พอดีพี่ไม่ค่อยถนัด"
ในชีวิตการทำงาน มีหลายครั้งที่เราต้องเจอกับปัญหาสุดหิน งานด่วนชนตอ หรือโจทย์ที่ไม่ใช่ความถนัดของเราเลย และทางรอดเดียวในตอนนั้นคือ "การขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน"
ในโลกของการทำงาน ปรากฏการณ์ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับองค์กร ไม่ใช่การที่พนักงานเดินเข้ามายื่นใบลาออก... แต่มันคือการที่ "Top Performer" หรือ "คนเก่ง" ค่อยๆ ถอนตัวทางอารมณ์ และเลือกที่จะ "ลาออกเงียบๆ" (Quiet Quitting) อยู่ในตำแหน่งเดิม
ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูง การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการคัดเลือกพนักงานเข้ามาทำงานอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็น "ยุทธศาสตร์ความอยู่รอด" ขององค์กร หลายบริษัทต้องเผชิญกับปัญหากฎหมายแรงงาน อัตราการย้ายงานสูง (Turnover Rate) และการขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง โดยเฉพาะสายงาน IT และดิจิทัล
ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจอย่างรวดเร็ว "สายงาน IT" ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในทุกองค์กร อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งภาวะการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะตรงสาย (Tech Talent Shortage) และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของคนทำงาน ส่งผลให้ แผนกทรัพยากรบุคคล (HR) ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุน แต่ต้องก้าวมาเป็น "หุ้นส่วนทางธุรกิจ" (Business Partner) อย่างเต็มตัว
ในยุคที่ทุกอย่างต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง คำพูดติดปากของคนทำงานเกือบทุกคนคือ “งานเยอะมาก ช่วงนี้ทำไม่ทันเลย” แต่ในอีกมุมหนึ่งของโต๊ะทำงาน หัวหน้างานหรือฝ่ายบริหารกลับเกิดคำถามในใจเงียบๆ ว่า “งานมันเยอะขนาดนั้นจริง หรือพนักงานแค่บริหารเวลาไม่เป็น?”
ในยุคที่สมาร์ตโฟนถูกย่อส่วนมาอยู่ในมือ การทำงานไม่ได้จบลงเมื่อนาฬิกาเลิกงานตีบอกเวลาอีกต่อไป ภาพที่ชินตาของคนทำงานไทยหลายคนคือ เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน LINE หรืออีเมลที่ดังขึ้นในเวลาสี่ทุ่ม วันหยุด หรือแม้กระทั่งระหว่างพักผ่อน การเชื่อมต่อตลอด 24 ชั่วโมงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่พร่ามัวเส้นแบ่งระหว่าง “งาน” กับ “ชีวิตส่วนตัว” แต่กำลังส่งผลให้คนทำงานจำนวนมากก้าวเข้าสู่ภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยไม่รู้ตัว
การเดินเข้าไปขอขึ้นเงินเดือนเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดที่สุดของคนทำงาน แต่ในมุมของฝ่ายบริหารและนายจ้าง การปรับเงินเดือนให้พนักงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ความจำเป็นส่วนตัว” แต่ขึ้นอยู่กับ “คุณค่าและผลกระทบ (Impact)” ที่พนักงานสร้างให้บริษัท
ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนที่องค์กรจำนวนมากตื่นรู้ว่า ความตื่นตระหนกเรื่อง AI ในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องวิกฤตที่สุดอีกต่อไป แต่วิกฤตที่แท้จริงคือ “ภาวะเฉื่อยชาของทรัพยากรมนุษย์” ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเอง เมื่อเทคโนโลยีเรียนรู้ได้เร็วและทำงานแทนงานประจำวันได้เกือบทั้งหมด พนักงานกลับไม่ได้รู้สึกเบาแรงลง แต่นำไปสู่ปรากฏการณ์ "The Great Stagnation" (ภาวะหยุดนิ่งทางศักยภาพ) ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหม่ของผู้นำองค์กรและฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลในปีนี้