arrow_back ข่าวและบทความทั้งหมด
HR train 12 ต.ค. 2569

เมื่อ “LINE ตามงาน” กลายเป็นพิษ: เจาะลึกภาวะ Burnout ของคนทำงานไทยในยุคที่ไร้ขอบเขต

เมื่อ “LINE ตามงาน” กลายเป็นพิษ: เจาะลึกภาวะ Burnout ของคนทำงานไทยในยุคที่ไร้ขอบเขต

เมื่อ “LINE ตามงาน” กลายเป็นพิษ: เจาะลึกภาวะ Burnout ของคนทำงานไทยในยุคที่ไร้ขอบเขต

ในยุคที่สมาร์ตโฟนถูกย่อส่วนมาอยู่ในมือ การทำงานไม่ได้จบลงเมื่อนาฬิกาเลิกงานตีบอกเวลาอีกต่อไป ภาพที่ชินตาของคนทำงานไทยหลายคนคือ เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน LINE หรืออีเมลที่ดังขึ้นในเวลาสี่ทุ่ม วันหยุด หรือแม้กระทั่งระหว่างพักผ่อน การเชื่อมต่อตลอด 24 ชั่วโมงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่พร่ามัวเส้นแบ่งระหว่าง “งาน” กับ “ชีวิตส่วนตัว” แต่กำลังส่งผลให้คนทำงานจำนวนมากก้าวเข้าสู่ภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยไม่รู้ตัว

ความเครียดสะสมจากวัฒนธรรม “ต้องตอบทันที”

ปัญหาสำคัญของสังคมการทำงานไทยในปัจจุบัน คือการขาดข้อตกลงเรื่องขอบเขตเวลาดิจิทัล การสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันแชตส่วนตัวสร้างแรงกดดันแฝงว่า พนักงานจะต้องพร้อมสแตนด์บายตลอดเวลา เกิดเป็นความวิตกกังวลสะสม (Hyper-vigilance) ที่สมองและร่างกายต้องตื่นตัวเตรียมรับสารตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อความคาดหวังเรื่องการทำงานล่วงเวลา (OT) กลายเป็น “เรื่องปกติ” หรือถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดความขยัน ผลที่ตามมาคือพนักงานต้องแบกรับภาระงานเกินขอบเขตหน้าที่จริง (Overworked) ร่างกายผลิตกรดและฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลล้นเกิน ส่งผลกระทบตรงต่อระบบนอนหลับ ระบบย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน

3 สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟที่ไม่ควรมองข้าม

  1. หมดพลังกายและพลังใจ (Physical & Emotional Exhaustion): รู้สึกอ่อนล้าเรื้อรัง ตื่นนอนพร้อมความรู้สึกไม่อยากไปทำงาน ไม่มีพลังงานเหลือในการทำกิจกรรมที่เคยชอบ

  2. เกิดทัศนคติเชิงลบต่องาน (Cynicism & Detachment): เริ่มมองงานและผู้ร่วมงานในแง่ร้าย มีความห่างเหินทางอารมณ์ รู้สึกไร้ความเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กร

  3. รู้สึกตนเองไร้ความสามารถ (Inefficacy): ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองลดลง และรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปไม่มีคุณค่า

ปลดล็อกปัญหาก่อนสาย: ทางออกที่ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย

การแก้ปัญหาภาวะหมดไฟ ไม่ใช่มอบหน้าที่ให้พนักงานไปจัดการอารมณ์ตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการการปรับเปลี่ยนในเชิงระบบ:

  • ในระดับองค์กร: ต้องมีการทบทวนภาระงาน (Workload Audit) อย่างเป็นธรรม และสร้างวัฒนธรรม Right to Disconnect หรือสิทธิในการตัดการติดต่อสื่อสารหลังเวลางานอย่างเป็นรูปธรรม เว้นแต่กรณีฉุกเฉินระดับวิกฤตจริง

  • ในระดับบุคคล: พนักงานต้องฝึกสร้าง Digital Boundaries หรือขอบเขตการใช้อุปกรณ์สื่อสาร เช่น การแจ้งเวลาที่ไม่สะดวกรับข้อความ การปิดการแจ้งเตือนหลังเลิกงาน และการสร้างธรรมเนียมปฏิบัติสั้นๆ เพื่อเปลี่ยนโหมดจาก “เวลาทำงาน” สู่ “เวลาพักผ่อน” อย่างชัดเจน

ภาวะหมดไฟไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า “ระบบการทำงานในปัจจุบันกำลังไม่ยั่งยืน” ถึงเวลาแล้วที่ทั้งองค์กรและคนทำงานจะมาร่วมกันลากเส้นขอบเขตที่ชัดเจน เพื่อให้การทำงานและคุณภาพชีวิตเดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ