arrow_back ข่าวและบทความทั้งหมด
HR train 4 ต.ค. 2569

องค์กรโต แต่คนพัง: ทำไม "Managerial Reskilling" ถึงเป็นหลักสูตร HR Training ที่ทุกบริษัทต้องจัดด่วนที่สุดในยุคนี้

องค์กรโต แต่คนพัง: ทำไม "Managerial Reskilling" ถึงเป็นหลักสูตร HR Training ที่ทุกบริษัทต้องจัดด่วนที่สุดในยุคนี้
ในยุคที่เทคโนโลยีปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและสภาพแวดล้อมการทำงานมีความซับซ้อนสูง หลายองค์กรทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการสั่งซื้อซอฟต์แวร์ AI ระดับสูง หรือการจัดอบรม Hard Skills ใหม่ๆ ให้พนักงาน แต่กลับพบว่า "อัตราการลาออก (Turnover Rate) ยังคงสูง" และ "ความผูกพันในองค์กร (Employee Engagement) ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง"

เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง ผลการสำรวจทาง HR ระดับโลกค้นพบความจริงที่เจ็บปวดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวพนักงาน หรือเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ "ผู้จัดการระดับกลาง" (Middle Management)

นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ "Managerial Reskilling: การรีสกิลผู้บริหารระดับกลาง" ซึ่งกลายเป็นหลักสูตร HR Training ที่ถูกเรียกร้องและจำเป็นที่สุดสำหรับองค์กรยุคใหม่

ปัญหาใหญ่ระดับองค์กร: "เก่งงาน แต่ปกครองคนไม่เป็น" (The Accidental Manager Problem)

องค์กรส่วนใหญ่มีวัฒนธรรมการเลื่อนตำแหน่งแบบเดิม คือ "ใครทำงานเก่งที่สุด ก็ดันขึ้นมาเป็นหัวหน้า" (Promote the best performer)

พนักงานที่เขียนโค้ดเก่งที่สุด ถูกตั้งเป็น IT Manager
นักขายที่ทำยอดได้สูงสุด ถูกดันขึ้นเป็น Sales Director

ผลลัพธ์ที่ตามมาคืออะไร?

  1. เสียคนทำงานมือหนึ่ง: เพราะเขาต้องแบ่งเวลาไปบริหารจัดการ

  2. ได้หัวหน้ามือบ๊วย: เพราะเขาไม่เคยได้รับการฝึกทักษะการบริหารคน (People Management), การสื่อสาร (Communication), หรือการโค้ช (Coaching)

สิ่งนี้สร้างแรงกระเพื่อมเชิงลบไปทั่วทั้งองค์กร พนักงานรุ่นน้องรู้สึกกดดัน เกิดภาวะ Quiet Quitting (ทำงานไปวันๆ ให้จบหน้าที่) หรือลาออกเพราะเข้ากับหัวหน้าไม่ได้ จนเกิดประโยคคลาสสิกที่ว่า "พนักงานไม่ได้ลาออกจากบริษัท แต่เขาราออกจากหัวหน้า"

3 หลักสูตร HR Training ด้านบริหารคนที่องค์กรต้องจัดด่วน


หากต้องการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน HR ต้องปรับเปลี่ยนจากหลักสูตรการอบรมแบบเดิมๆ (เช่น การบันทึกเวลา หรือการประเมิน KPI) มาเน้น Human-Centric Leadership Skills ดังนี้:

1. Psychological Safety & Active Listening (การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงาน)


หัวหน้ายุคใหม่ต้องไม่ใช่คนที่เอาแต่สั่งการ แต่ต้องเป็นคนที่สร้างบรรยากาศให้ทีมกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าเสนอไอเดียใหม่ๆ และกล้าพูดถึงความผิดพลาดโดยไม่กลัวการถูกลงโทษ

  • สิ่งที่ต้องอบรม: เทคนิคการรับฟังแบบไม่ตัดสิน (Non-judgmental Listening), การให้ Feedback เชิงบวก และการเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาด (Psychological Safety)

2. Micro-Coaching & Continuous Feedback (การเป็นโค้ช ไม่ใช่แค่ผู้ตรวจงาน)


การประเมินผลงานปีละ 1-2 ครั้งไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป พนักงาน Gen Z และ Millennials ต้องการการสื่อสารและ Feedback แบบทันที (Real-time Feedback) เพื่อปรับปรุงและพัฒนาตนเอง

  • สิ่งที่ต้องอบรม: การตั้งเป้าหมายแบบ OKRs, การพูดคุยแบบ One-on-One, และเทคนิคการตั้งคำถามเพื่อให้พนักงานคิดหาทางแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง (Coaching Frameworks)

3. Empathy & Burnout Management (บริหารคนด้วยความเข้าใจ และรับมือภาวะหมดไฟ)

ในสภาวะที่งานเร่งด่วนและกดดัน ผู้จัดการต้องเปรียบเสมือน "ตัวกรองความเครียด" ไม่ใช่ "ตัวเพิ่มความเครียด" ให้ลูกทีม

  • สิ่งที่ต้องอบรม: การสังเกตสัญญาณเตือนของภาวะหมดไฟ (Burnout), การบริหารจัดการปริมาณงานที่เหมาะสม และการสร้างสมดุลในการทำงานยุค Hybrid Work

สรุป: การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของ HR

การฝึกอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนทักษะผู้จัดการ (Managerial Reskilling) ไม่ใช่แค่การจัดคอร์สสัมมนาเพื่อให้ผ่าน KPI ของฝ่าย HR แต่เป็น "ยุทธศาสตร์การรอดชีวิตขององค์กร"

เพราะเมื่อผู้จัดการระดับกลางมีทักษะในการนำทีมที่ดี ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาทันที คือ:

  • อัตราการลาออกของพนักงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด

  • วัฒนธรรมการทำงานภายในทีมมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • พนักงานกล้าคิด กล้าสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้องค์กร

ถึงเวลาแล้วที่ HR จะหยุดมุ่งเน้นแค่การพัฒนา Hard Skills เพียงอย่างเดียว แล้วหันมาซ่อมแซม "จุดเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดขององค์กร" นั่นคือการสร้างหัวหน้าที่เข้าใจคนอย่างแท้จริง

360QM เราพร้อมให้บริการด้านคำปรึกษาการจัดอบรมให้พนักงานของคุณมีคุณภาพ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ